ข้อคิดดีๆ

โค้ชที่ดี

โค้ชที่ดี ต้องฟังเยอะๆ พยายามทำความเข้าใจให้มาก อย่าคอยห้าม(ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย) ปล่อยให้เค้าได้ทำให้ได้เรียนรู้  อย่าบ้าสอนให้ใช้คำถามนำให้เค้าคิดเอง

สุดยอด

ผมเห็นคลิปนี้คิดว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลย เพราะมันมีส่วนผสมที่ลงตัวทุกด้านทั้งสภาพร่างกายที่แข็งแรงมากซึงเกิดจากการดูแลตัวเองอย่างดี การฝึกซ้อมที่หนักอันเกิดจากวินัยในการฝึกส่งผลให้เกิดทักษะที่สุดยอดทั้งการวิ่ง,การจับบอล,การหลอกล่อ จนสามารถทำทุกทักษะออกมาได้โดยอัตโนมัติ การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ การเลือกจังหวะเวลาว่าจะทำอะไรในตอนไหนไม่ใช่สักแต่จะวิ่งให้เร็วเพียงอย่างเดียว สุดท้ายคือเค้ามีทีมที่ดีคอยสนับสนุน หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง สิ่งสุดยอดนี้คงไม่เกิดขึ้น

[เก็บไว้อ่าน] แจ็ค หม่า จาก 500 บาทเป็น 5ล้านล้านบาท สอนการใช้ชีวิตและธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

เมื่อวานอ่านเรื่องของ แจ็ค หม่า ที่หลายคนแชร์กันใน facebook แล้วรู้สึกว่าชอบนะ เลยขอเก็บไว้อ่านซ้ำในคราวหลัง เพราะแม้จะเป็นเรื่องเดิม แต่อ่านคนละเวลา คนละช่วงชีวิต มันก็อาจให้แนวคิดที่ไม่เหมือนกันได้

 

ที่มา http://hackerlife.in.th/แจ็ค-หม่า-จาก-500-บาทเป็น-5ล้า/

แจ็ค หม่า จากชายผู้มีเงินเดือน 500 บาท ตอนนี้บริษัท Alibaba ของเค้ามีมูลค่ามากกว่า 5ล้านล้านบาท เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า eBay, Twitter และ LinkedIn รวมกัน เมื่อวันที่ Alibaba Group ขายหุ้น IPO เป็นวันแรก ก็ขึ้นแซง Facebook เลย! นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในจีนตอนนี้

วันนี้แฮกชีวิตนำคำสอนของ แจ็ค หม่า ว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

แจ็ค หม่า: สิ่งที่ผมเสียใจที่สุด

เมื่อปีค.ศ. 2001 ผมได้ทำสิ่งผิดพลาด ซึ่งสิ่งนั้นคือ ผมได้บอก 18 คนผู้ร่วมลงเรือลำเดียวกันในการเริ่มธุรกิจกับผมว่า ตำแหน่งสูงสุดที่พวกเขาสามารถไปได้คือการทำงานในตำแหน่งระดับการจัดการเท่านั้น

ส่วนตำแหน่งประธานและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเรานั้นเราจำเป็นจะต้องจ้างบุคคลภายนอกมาบริหารงาน แต่ไม่กี่ปีต่อมา พวกเค้าเหล่านั้นก็ลาออก…

แต่คนที่ผมสงสัยในความสามารถตั้งแต่ร่วมทุกร่วมสุขกันมาก็ขึ้นมาเป็นประธานบริหารและผู้อำนวยการ

จากนั้นจึงทำให้ผมเชื่ออยู่ใน 2 หลักการ คือ

  • ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ
  • และการตัดสินใจของคุณนั้นก็สำคัญกว่าความสามารถ

แจ็ค หม่า: คุณไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนนั้นคิดคล้ายๆกันได้หรอก แต่คุณสามารถที่จะทำให้ทุกคนนั้นไปในแนวทางเดียวกันได้ด้วยเป้าหมายเดียวกัน

อย่าพยายามแม้แต่จะคิด ว่าคุณจะทำให้ทุกๆคนคิดเหมือนๆกันได้… มันไม่มีทางเป็นไปได้!

จาก 30% ของผู้คนทั้งหมดนั้น จะไม่มีวันเชื่อคุณเลย

อย่าพยายามทำให้เพื่อนร่วมงานและพนักงานทำงานให้คุณ แต่ทำให้เค้าทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกันต่างหาก

มันง่ายกว่ามากที่จะให้บริษัทรวมใจกันอยู่ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน มากกว่าการรวมใจไปอยู่ที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แจ็ค หม่า: อะไรที่มีในตัวผู้นำแต่พนักงานธรรมดาไม่มี

คนที่เป็นผู้นำนั้นไม่ควรนำทักษะเชิงเทคนิคไปเปรียบเทียบกับพนักงานของเค้า ซึ่งพนักงานของคุณจำเป็นต้องมีทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าคุณ ถ้าหากเค้าไม่มี แสดงว่าคุณจ้างคนผิดแล้วล่ะ

แล้วอะไรละที่ทำให้ผู้นำโดดเด่น

  • ผู้นำนั้นควรจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าพนักงานธรรมดา
  • ผู้นำควรจะมีกล้าหาญ ยืดหยัด และความอดทนในสิ่งที่พนักงานธรรมดาไม่สามารถทำได้
  • ผู้นำควรจะมีความอึดและความสามารถที่จะยอมรับสิ่งที่ล้มเหลวได้

แน่นอนว่าคุณภาพของผู้นำที่ดีนั้นอยู่ที่วิสัยทัศน์ แรงใจและความสามารถ

แจ็ค หม่า: อย่าริยุ่งการเมือง

คุณต้องเข้าใจเสมอว่าเงินและอำนาจทางการเมืองมันอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ หากคุณอยู่ในการเมือง ก็ไม่ควรคิดเรื่องเงินอีกต่อไป หากคุณทำธุรกิจ ก็อย่าเที่ยวไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากสองอย่างนี้เจอกันเมื่อไหร่ละก็ รอวันจบไม่สวย… :)

แจ็ค หม่า: 4 คำถามที่เด็กรุ่นใหม่ควรจะเฝ้าถามตัวเอง

ความล้มเหลวคืออะไร: การยอมแพ้นั้นเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ความยืดหยุ่นคืออะไร: คุณจะเข้าใจความหมายของคุณก็ เมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ผ่านความทุกข์และความผิดหวัง มาแล้วเท่านั้น

ความรับผิดชอบและหน้าที่คืออะไร: คือการที่จะต้องขยันมากขึ้น ทำงานหนักและความทะเยอทะยานกว่าคนอื่น ๆ คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากของพวกเขาที่จะพูด คนฉลาดใช้สมองของเขา และคนที่ปราดเปรื่องจะใช้หัวใจของเขา

แจ็ค หม่า: คนเรานั้นเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เพื่อสนุกกับชีวิต และเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า ไม่ได้เพื่อทำงาน หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต ถ้าคุณยุ่งแต่กับการทำงาน ในที่สุดคุณจะต้องเสียใจ

แจ็ค หม่า กล่าวถึง เวทีแข่งขันและการแข่งขันในธุรกิจ

  1. พวกที่บ้าแข่งขันกันอย่างระห่ำนั้นคือพวกโง่
  2. หากคุณมองทุกคนรอบตัวเป็นศัตรู ทุกคนรอบตัวคุณก็จะเป็นศัตรูของคุณ
  3. หากคุณทำการแข่งขันกับคู่แข่ง อย่าพยายามใช้ความเกลียดชัง ความเกลียดจะทำให้คุณพ่ายแพ้
  4. การแข่งขันนั้นคล้ายๆการเล่นหมากกระดานหากคุณแพ้กระดานนี้ คุณก็มีโอกาสเล่นต่อในกระดานต่อไป ดังนั้นทั้งสองฝั่งไม่ควรจะสู้กันเอง
  5. นักธุรกิจที่แท้จริงนั้นไม่ควรมีศัตรูเลย หากใครเข้าใจจุดนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกธุรกิจ

แจ็ค หม่า: อย่าจู้จี้ขี้บ่นเป็นนิสัย

ถ้านานๆครั้ง ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากบ่นเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะยิ่งบ่นมากขึ้นไปอีก เปรียบได้กับดื่มน้ำทะเล ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ดื่มไปไม่ได้ช่วยอะไร การบ่นก็เหมือนกัน การบ่นเยอะๆมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น หนทางสู่ความสำเร็จนั้น คุณจะสังเกตได้ว่าผู้ที่สำเร็จมักจะไม่ขี้บ่น…

โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ

คำแนะนำของ แจ็ค หม่า สำหรับผู้ประกอบการ

  1. โอกาสที่ทุกคนไม่เห็นนั้นคือโอกาสที่แท้จริง
  2. ต้องให้พนักงานคุณมาถึงที่ทำงานด้วยรอยยิ้มเสมอ
  3. ลูกค้าต้องมาอันดับ 1, พนักงานอันดับ 2, และผู้ถือหุ้นมาอันดับ 3
  4. นำมาใช้และเปลี่ยนแปลงก่อนเทรนด์หรือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆจะเกิดขึ้น
  5. ลืมเรื่องเงิน ลืมเรื่องการหาไปเงินซะ
  6. แทนที่จะไปเสียเวลากับเทคนิคเล็กน้อยการเรียกลูกค้าใหม่ ควรมุ่งเน้นไปที่การครองใจและดูแลลูกค้าเก่า
  7. ทัศนคติของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน

แจ็ค หม่า กล่าวถึง การเป็นผู้ประกอบการ

  1. โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด
  2. คุณควรจะหาคนที่มาทำให้บริษัทสมบูรณ์ขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหาคนที่ประสบความสำเร็จ หาคนที่ใช่ ไม่ใช่หาคนที่ดีที่สุด
  3. สิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
  4. “ฟรี” เป็นคำที่แพงที่สุด
  5. วันนี้เป็นวันที่โหดร้าย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่จะแย่กว่า แต่มะรืนนี้จะเป็นวันที่สวยงาม

แจ็ค หม่า: 4 สิ่งต้องห้ามของผู้ประกอบการ

  • สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การที่ไม่สามารถจะมองเห็น ประมาท ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่สามารถรักษาระดับได้
  • ถ้าคุณไม่ทราบว่าคู่แข่งของคุณอยู่ที่ไหน มั่นใจเกินเหตุและประมาทคู่แข่งเกินไป ในที่สุดคุณก็จะตามหลังเค้า

“First they ignore you, then they laugh at you, then they fight you, then you win.” อย่าเป็น “they” ในประโยคข้างต้น

  • ถึงแม้คู่แข่งของคุณยังเล็กหรืออ่อนแอ่ คุณควรประเมินเค้าอย่างจริงจังและปฏิบัติต่อเค้าเหมือนเค้าเป็นยักษ์ใหญ่
  • ในทางเดียวกัน หากคู่แข่งของคุณเป็นยักษ์ใหญ่ คุณก็ไม่ควรมองตัวเองว่าอ่อนแอ

แจ็ค หม่า กล่าวถึง การเปิดบริษัทของคุณเอง

ความหมายของการเริ่มต้นบริษัทคือ: คุณจะสูญเสียรายได้ที่มั่นคง คุณจะมีสิทธิ์หยุดได้ตามใจ จะได้โบนัสหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ อย่างไรก็ตาม มันก็หมายความว่า รายได้ของคุณก็จะไม่ถูกจำกัด คุณจะใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและคุณจะไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอีกต่อไป

หากคุณมีความคิดที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ของคุณก็จะแตกต่าง: ถ้าคุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่แตกต่างจากคนรอบข้างคุณ ชีวิตของคุณจะแตกต่างจากคนรอบข้างคุณ

แจ็ค หม่า กล่าวถึง เรื่องโอกาส

ถ้าหากมีข้อเสนอนึงมาแล้วคนส่วนใหญ่ตอบว่า “ใช่” เกินกว่า 90%, ผมก็จะทิ้งข้อเสนอนั้นลงถังขยะทันที

เหตุผลง่ายนิดเดียว: ถ้าหากมีคนเยอะขนาดนี้คิดว่าข้อเสนอนี้ดี แสดงว่ามีคนอีกเยอะที่กำลังทำงานนี้อยู่ และโอกาสนั้นมันก็ไม่ได้เป็นของเราแล้ว

6725861247_998c646b87_o

นักปัจจุบันนิยม

หลายคนพยายามสร้างบางอย่างที่เป็นนวัตกรรม แต่กลับต้องล้มเหลว จึงเกิดคำถามว่าทำไม?

เราอาจจะเคยเห็นของ 2 สิ่ง โดยที่อันนึงเป็นนวัตกรรมที่ใหม่มากๆ เจ๋งมากๆ แต่กลับล้มเหลว แต่อีกอันที่ไม่ได้มีนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากนักกลับอยู่รอดได้

เรามักคิดว่าสร้างนวัตกรรมนั้นต้องเป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่แปลกกว่าในปัจจุบัน สิ่งที่ต้องไม่เคยมีใครทำมาก่อน ความคิดนี้อาจจะเคยเป็นจริงในยุคหนึ่ง แต่ในยุคนี้ ยุคที่ทุกอย่างซับซ้อนขึ้น บางครั้งการจะสร้างนวัตกรรมต้องคิดให้ง่าย ทำให้ง่าย เพราะคู่แข่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่กลับเป็น ลูกค้าซึ่งเปลี่ยนแปลงช้ากว่าที่เราคิด การพยายามสร้างอะไรที่ใหม่จนเกินไป อาจไม่สามารถทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ หรือไม่อาจเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราได้

ดังนั้นการประดิษฐ์อะไรซักอย่างในยุคที่ต้นทุนของการสร้างนวัตกรรมมีราคาถูกมากจนเกือบจะเป็นศูนย์ แนวทางการสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงไปด้วยแนวทางต่อไปนี้

Deploy or Die คุณต้องสร้างสิ่งประดิษฐ์ของคุณออกมาสู่โลกจริงๆ มันถึงจะมีคุณค่า ไม่ต้องรอใครมาอนุมัติ หรือสนับสนุน

Pull over Push คุณควรสามารถดึงสิ่งที่คุณต้องการ คนที่คุณต้องการ เข้ามาได้ด้วยพลังของเครือข่าย โดยไม่ต้องสะสมเงินและพลังอำนาจไว้มากมาย

Learning over Education การศึกษาคือสิ่งที่คนอื่นทำกับคุณ แต่การเรียนรู้คือสิ่งที่คุณทำกับตนเอง การศึกษาพยายามคิดแทนคุณว่าในชีวิตของคุณจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ให้คุณต้องคอยท่องจำสิ่งต่างๆ อยู่เกือบ 20 ปี ก่อนจะปล่อยให้คุณออกไปเล่นกับโลกภายนอก แต่โลกอยู่ตรงหน้าของคุณแล้ว คุณไม่ต้องรอให้ใครมาคิดแทนว่าคุณควรรู้อะไร จงออกไปเล่น หากไม่รู้อะไรค่อยกลับมาเรียนรู้ ทุกวันนี้เราสามารถหาความรู้ทุกอย่างได้จากอินเทอเน็ตอยู่แล้ว

Compass over Map การพยายามสร้างแผนที่อย่างละเอียดก่อนออกเดินทางนั้นแพงมาก และไม่ค่อยจะแม่นยำ เราเพียงต้องมีเป้าหมาย แล้วออกไปลุยกับมัน

แม้โลกจะซับซ้อนสุดๆ แต่สิ่งที่เราต้องทำนั้นเรียบง่ายมาก คุณต้องหยุดคิดที่จะวางแผนทุกอย่างล่วงหน้าและสะสมทรัพยากรทุกอย่างให้พร้อมก่อนลงมือ คุณเพียงแต่ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ มุ่งความสนใจไปที่การติดต่อทำความรู้จักผู้คน เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ตื่นตัวกับสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา และอยู่กับปัจจุบันสุดๆ

อย่าเป็น “นักอนาคตนิยม” แต่จงเป็น “นักปัจจุบันนิยม”

รอจน perfect เลยไม่เสร็จซักที

วันนี้อ่านบล็อกคุณเนย http://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=717 ได้ข้อคิดมา 2 อย่าง

  1. โปรแกรมเมอร์ที่เก่งระดับเฉลี่ย จะโหยหาความสมบูรณ์แบบ แต่คนที่เก่งจริงเค้าไม่สนใจตรงนี้แล้ว
  2. ทำแค่พอใช้ได้ แล้ว delivery เลย จากนั้นปรับปรุงเรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้ perfect ก่อน

ทำได้ดีที่สุดแค่นี้เหรอ

คนทำงานหลายคนทำงานแค่เพียงเสร็จๆไป ขอแค่ product ทำงานตามฟังก์ชั่น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าดีพอแล้ว คุณต้องใช้ใจด้วยนะ คิดถึงใจผู้ใช้ด้วยจะดีมากเลย ~ GolFz

ที่มาของเรื่อง  http://tzit.wordpress.com/2014/07/15/ทำได้ดีที่สุดแค่นี้เหร/ –>

ขอผมเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง วันหนึ่งจ็อบส์แวะไปที่ห้องทำงานขอ หัวหน้าแผนกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์แมคอินทอช “บู๊ตเครื่อง” เขาสั่ง เขาหมายถึงเครื่องต้นแบบที่กำลังอยู่ในขั้นพัฒนา ซึ่งจะกลายเป็นการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในอีกไม่ช้า

ต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าเครื่องจะเริ่มทำงาน นั่นเพราะมันต้องทดสอบหน่วยความจำ ออกคำสั่งให้ระบบปฏิบัติการทำงาน และหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ต้องให้มันบู๊ตเร็วกว่านี้” จ็อบส์พูดจบก็เดินจากไป

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา หลังจากทุ่มเททำงานหนักเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ วิศวกรคนนั้นภูมิใจมากที่จะนำเสนอผลงานให้เจ้านายดูว่าสามารถจัดการลดระยะ เวลาในการบู๊ตเครื่องได้แล้ว

“ทำให้ดีที่สุดแค่นี้เหรอ” จ็อบส์ถามก่อนจะหันขวับและลุกออกไปทันที

หลังจากอดหลับอดนอนมาหลายคืน ทีมพัฒนาเครื่องแมคอินทอชก็สามารถทำให้ระยะเวลาในการบู๊ตเครื่องลดลงได้อีก หน่อย เขาเข้าไปพบจ็อบส์อีกรอบ แต่เจ้านายยังไม่พอใจอยู่ดี ทว่าแทนที่จะตำหนิหรือต่อว่า จ็อบส์แค่จ้องมองเจ้าเครื่องต้นแบบ สายตาเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิด พอวิศวกรอ้าปากจะอธิบายว่าพวกเขาอาจพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ได้ จ็อบส์ก็แทรกขึ้น

“ผมกำลังคิดอยู่ว่า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงดูตื่นเต้น “จะมีคนใช้เครื่องแมคอินทอชมากแค่ไหน ล้านคน ไม่สิ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมพนันได้เลยว่าจะต้องมีคนห้าล้านคนเปิดเครื่องแมคอินทอชอย่างน้อยวันละ ครั้ง อืม…สมมุติว่าคุณลดเวลาบู้ตเครื่องลงได้สิบวินาที คูณด้วยจำนวนผู้ใช้ห้าล้านคน นั่นเท่ากับห้าสิบล้านวินาทีต่อวัน ถ้าหนึ่งปีนี่เท่ากับชีวิตคนเพียบเลยนะ ถ้าคุณทำให้บู๊ตเร็วขึ้นได้อีกสิบวินาที คุณจะประหยัดเวลาไปได้หลายชีวิตเลยล่ะ”

จ็อบส์สรุปด้วยคำพูดว่า “มันคุ้มค่ามากที่ลดเวลาลงอีกสิบวินาที!

เดิมทีทีมวิศวกรแมคอินทอชก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่พวกเขาได้แรงบันดาลใจแล้ว ไม่สิ…พวกเขาได้แรงผลักดันจากพลังปรารถนาอันแรงกล้าของเจ้านายซึ่งต้องการ ช่วยมนุษยชาติประหยัดเวลาที่ต้องเสียเปล่าไปหลายพันล้านวินาที ทีมงานรับปาก กับตัวเองอีกครั้งว่าจะต้องทุ่มเทให้มากกว่านี้และภายในไม่กี่วัน พวกเขาสามารถสามารถลดระยะเวลาในการบู๊ตเครื่องลงอีกสิบวินาทีได้จริง

สตีฟจ็อบส์ จากโลกนี้ไปด้วยวัย 56 ปี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2011 และด้วยแรงขับบวกกับความคิดริเริ่ทสร้างสิ่งใหม่ๆ ของเขาที่ไม่มีใครเทียบ แอปเปิ้ลจึงกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ต้องขอบคุณจ็อบส์กับคำถามของเขาที่ว่า “ทำได้ดีที่สุดแค่นี้เหรอ” ซึ่งซึมซาบจนกลายเป็น วัฒนธรรมองค์กรของที่นั่นไปแล้ว

จากหนังสือ “คำถามฉุกคิด เปลี่ยนชีวิตทั้งคนถามและคนตอบ”

กว่าจะวิ่งได้ต่ำกว่า 10 วินาที ผมวิ่งมาแล้วเป็นล้านๆ วินาที นะครับ

– Usain Bolt –

 

 

– อยากให้โลกเป็นอย่างไร ให้เริ่มที่ตัวเอง –
1 of 4
1234