ไอเดีย, ความคิด, ความรู้ และข้อคิดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

8 สิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน
เปิดได้แค่ประตูเดียวก็เก่งแล้ว
ยาวมาก…แต่ทำได้บรรทัดเดียวคุณเก่งขึ้นเลย

ประตูเทพทั้ง 8
เปิดได้แค่ประตูเดียวก็เก่งแล้ว
แบ่งได้เป็นเรือน 4 หลัง ดังรูป
A ภายในใจ…เขาเอง
B สิ่งที่เขาเห็น…ภายในใจผู้อื่น
C สิ่งที่เขาตอบสนอง…ต่อสภาพภายนอก
D สิ่งที่เขาทำร่วมกับผู้อื่น…ต่อภายนอก
ค่อยๆ อ่าน

________________________________
A ภายในใจ…เขาเอง
________________________________
—ประตูที่ 1 Passion, Drive, Grit—
1/3 Passion (Banyong Pongpanich)
– มีความหมกมุ่นหลงไหล ใน “งาน” ที่ทำ
– “ไม่” แยกงาน และเรื่องส่วนตัวออกจากกัน (Jomzup Link)
– ไม่เชื่อง่าย…แต่ถ้าเชื่อแล้ว…จะเลิกเชื่อเป็นคนท้ายสุด
– มีสนามพลังโน้มน้าวรุนแรง (Teethong
เวลาพวกนี้พูดในสิ่งที่เชื่อ…คนฟังจะถูกตรึงอยู่กับที่
– เอาจถึงขั้นหักเหเหตุและผล…ให้คนอื่นเชื่อตามได้ด้วย
(สิ่งนี้เป็นข้อดี เพราะบางสิ่งที่ “ยังไม่เกิด” ก็ไม่มีเหตุผลรองรับ)
– ปักหลัก “ความมั่นใจ” ให้คนรอบข้างได้ด้วย (Titipun)

2/3 Drive,
– บ้าพลัง เป็นเครื่องยนต์กำลังสูง และกิน Passion เป็นเชื้อเพลิง
– สามารถสร้างพลังบวกได้ด้วยตัวเอง
– มีความเป็นผู้นำสูงมาก อาจไม่จำเป็นที่คนรอบข้างจะรัก
(แต่คนรอบข้างจะ “เชื่อ”)
– คิดเสร็จแล้วทำเลย…และคนส่วนใหญ่นั้นช้ามาก
– มี Time Conscious ให้ความสำคัญกับเวลามาก
– มีโฟกัสที่เข้มมาก…ไม่ใช่แนว…ลองไปเรื่อย (Pansakorn Phothidaen)

3/3 Grit
– ไม่เสร็จ…ไม่ยอม
– ซ้อม หรือลงมือหนักกว่าคนปกติมาก (Saronkorn Seuyouyong)
– อาจถึงขั้น แลกสิ่งอื่นๆ (เพื่อน, แฟน, เที่ยว)
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในสิ่งที่เชื่อ
– แม้ในวันที่แพ้ไม่เหลืออะไรเลย
พวกนี้ก็จะไม่แหลกเหลวไป
.
.
.
—ประตูที่ 2 Self Aware —
รู้ว่าสิ่งใดที่ตัวเอง…รู้แน่…ไม่รู้…ไม่แน่ใจ
ต่อให้เมา…พวกนี้ก็ยังมีสติควบคุมคำพูด (Hearpop Wongwachira)
รู้ชัดๆ ว่าตัวเองอะไร…ชอบ…ไม่ชอบ
ต้องการ…ไม่ต้องการ (Piangpaitoon Satrawaha)
และมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย
________________________________
B สิ่งที่เขาเห็น…ภายในใจผู้อื่น
________________________________
.
.
.
—ประตูที่ 3 Great Listener—
– ฟังยาวๆ แล้วจับประเด็นได้ (Theppichai Sriparagul)
– ลอกเปลือก รีดน้ำ ให้เหลือแต่แก่นเรื่องเดียวได้
– สังเกต และเห็นจุดต่างได้เร็วก่อนคนอื่น (Jidapa Pitaksanya)
– ถามแบบ “ดอกเดียวดับ” ได้
– ฟังแล้วได้ยินไปถึง Hidden Agenda ได้
แม้ว่าจะไม่ได้พูดถึง
(Hear of what left unsaid)
– เขา “เข้าใจ” ถึงความรู้สึกของคุณ
(แต่แสดงออกให้รู้ว่าเข้าใจหรือเปล่า…นั่นอีกเรื่อง)

________________________________
C สิ่งที่เขาตอบสนอง…ต่อสภาพภายนอก
________________________________
.
.
.
— ประตูที่ 4 Time Machine Vision—
(Peerapong Amornpich)
– มีวิสัยทัศน์แบบ Time Machine  คือ
เห็นทั้ง ภาพรวมวันนี้-สาเหตุในอดีต-และสิ่งที่จะมาในอนาคตได้
– มองเห็นภาพรวม และความสัมพันธ์ผลกระทบ
ของสิ่งย่อยๆ ในภาพรวมได้ (Maii)
– เมื่อเห็นผลลัพธ์ในปัจจุบัน สามารถมองเห็นสาเหตุในอดีตได้
– มีวิสัยทัศน์ และจมูกไว เห็นก่อนคนอื่นๆ (Chisa Pusuwan) 
– Begin with the end in mind
(Frankie Nuttanon, Oweera Chearanaipanit)
“บางครั้ง” จะเห็นผลลัพธ์ปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า
ก่อนจะคิดวิธีการทำได้ซะอีก
– ส่วนใหญ่จะมอง “ศักยภาพ” ของคนออก
ถ้าบวกประสบการณ์สูงๆ จะมอง “เจตนา” ของคนออกด้วย
– เห็นได้ถึงขอบเขตที่ไม่สิ้นสุดของความรู้ (Sorada Sonprasit) 
.
.
.
—ประตูที่ 5 Adapt to people, Adapt to situation — 
(Soraja Saguansri)
– ปรับเข้าหาสภาพแวดล้อม ปรับตัวเข้ากับอุปสรรค
และคงความเป็นตัวเอง และคงเป้าหมายไว้ได้
(Phrae Srithila) (Theppichai Sriparagul)
– ไม่กลัวสิ่งใหม่ๆ ชอบได้ลองใหม่ๆ (Pekky Phakaporn
– ต่อยอดความคิดของการพูดคุยได้เรื่อยๆ (Maii Sakiya)
– ถ้าเขาคิดจะทำ…
เขาสามารถปั้นคน…ขัดให้คนนั้นขึ้นเงา
จัดงานให้เพื่อนร่วมทีม
เข้ามุมที่สร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของคนนั้นได้
(แต่หลากครั้งคนพวกนี้อาจจะไม่คิดจะทำ
ถ้าการปั้นนั้น ลดทอนหรือประวิงเวลาเป้าหมายหลัก)
.
.
.
—ประตูที่ 6 High Outcome Deliver (Pekky Phakaporn)
– อาจจะขี้โม้ หรือถ่อมตัว ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นอยู่ที่ เขาจะ “โม้” น้อยกว่าความสามารถของตัว
หลายคนขี้โม้…และเก่งกว่าที่ตัวเองโม้ไว้อีก

– ไร้กระบวนท่า ไร้อาวุธประจำตัว (Kris Thirakaosal)
ไม่มีจุดแข็งเดี่ยวๆ แต่จะมีพร้อมความสามารถอื่นๆ ในระดับสูง

– ไม่เน้นวิธีการ ไม่เน้นความสามารถ…เน้นผลลัพธ์สูงมากๆ (Worawoot Ounjai)

– ถ้าต้องทำเรื่องหมือนๆ กับคนอื่น..
ผลลัพธ์ของเขาต้องเกินหน้าคนทั่วไป
(ทัศนคติ แบบขี่ช้างจับตั๊กแตน (ในความหมายผม)
อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย)

– กล้าตัดสินใจโดยพละการ (Samira Kama)

– ตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อม (Mrwatee Ruttanavisanon)

– รำคาญของ “เดิมๆ” ที่ไม่ดีขึ้นตามเวลา

– Raise the bar ต้องดีกว่าเดิมอีกนิดนึง (Suvit Teerakulchon)
________________________________
D สิ่งที่เขาทำร่วมกับผู้อื่น…ต่อภายนอก
________________________________
.
.
.
—ประตูที่ 7 Make it Simple—
(Maii Sakiya)
– สามารถตกผลึกจากข้อมูลหลากหลายเป็นแก่นแท้ได้ (Oiltuasaab Oyrale)
– ทำเรื่องยากๆ ได้ง่ายๆ หรือลอกเปลือกออก แล้วทำแต่แก่น
– อธิบายด้วยประโยคสั้นๆ ให้คนฟังเข้าใจตามได้ ()
– เปรียบเทียบจากตัวอย่างใกล้ตัวผู้ฟังได้เก่ง (Vichien)
– ละเอียดในเรื่องสำคัญ แต่ไม่หยุมหยิมเล็กน้อย (Wannam P)
– สื่อสารได้เก่งมาก ทั้งภาษากาย ภาษาพูด (Worawoot Ounjai)
พูดได้ทั้งภาษาคน (เข้าใจได้)
ภาษาสัตว์ (จริงใจแต่ตัดตรง)
ภาษาเทพ (พูดแล้วเกิดมิตร)
.
.
.
—ประตูที่ 8 Give, Push people —
– ไม่หวงความรู้ (Nuttaporn Voonklinhom)
– ชอบสอน
– เน้นสร้างทีม หลายครั้งใช้วิธีถีบลูกสิงห์ลงเหว
– ที่เน้นสร้างทีม (Yukonthorn)
เพราะคิดว่า เก่งคนเดียวนั้นจะเก่งได้แต่พื้นที่เล็กๆ
– ถ้าเกิดข้อผิดพลาด จะเน้นไปที่ทางแก้มากกว่าหาคนผิด
(Paiboon Panusbordee)
– ถ้าเขาคิดจะทำ…เขาจะสามารถสร้างพลังบวก
ให้กับทีมได้ด้วย (Banyong Pongpanich)

________________________________
ประตูทั้ง 8 นี้
เป็นความสามารถ “ร่วมกัน” ของคนที่เก่งมากๆ
ระดับที่ทำงานสักสิบปี
อาจจะได้เจอเพียงคนเดียว
สำหรับคนเก่งทั่วๆ ไป อาจจะมีหลายๆ ข้อ
สำหรับคนธรรมดา
ถ้าเปิดได้สักประตูคุณจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

หมายเหตุ 1
ความเก่ง คือความเก่งเท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับ…ความสำเร็จ
ความร่ำรวย…หรือความดีใดๆ ทั้งสิน

หมายเหตุ 2
บทความนี้ขาดอีกเล็กน้อยจึงสมบูรณ์
ยัง Tag ชื่อได้ไม่ครบ
ยังใส่ประเด็นบางไม่ครบ วันนี้จะค่อยๆ ปรับใส่ไป

29 คำถามที่ทำให้คุณรู้ว่าไอเดียของคุณจะสร้างเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพได้หรือไม่

29 คำถามที่ทำให้คุณรู้ว่าไอเดียของคุณจะสร้างเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพได้หรือไม่

Paul Graham ผู้ก่อตั้ง Y Combinator และผู้อยู่เบื้องหลังของ Statups ระดับ Unicorn ทั้งหลาย ได้กล่าวไว้ว่า “วิธีการที่จะหาไอเดียสตาร์ทอัพ ไม่ใช่แค่คิดถึงไอเดียต่างๆ แต่เป็นการมองหาปัญหา โดยเฉพาะปัญหาของเราเอง”

มีบริษัทสตาร์ทอัพหลายร้อยบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เพราะเริ่มต้นด้วยการหาไอเดียจากการแก้ปัญหาที่พวกเค้าเหล่านั้น มีอยู่เอง อย่าง Dropbox Airbnb หรือ Grab ซึ่งถ้าคุณมีไอเดียแล้ว ความสำคัญอยู่ที่ว่า ไอเดียที่คุณมีอยู่สามารถสร้างเป็นธุรกิจได้จริงหรือไม่ ก่อนที่คุณจะเสียเงินทองและเวลาไปมากมาย ทุ่มเท ทำในสิ่งที่มันไม่เวิร์ค หรือไม่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจได้

มีบริษัทสตาร์ทอัพเกิดใหม่ทุกวันเป็นร้อยๆ พันๆ แต่ไม่กี่บริษัที่จะอยู่รอดและไปถึงเป้าหมาย ถ้าคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวแล้วล่ะก็ นี่คือ 29 คำถามที่คุณต้องตอบ เพื่อตรวจสอบว่าไอเดียของคุณนั้นดีพอที่จะมาสร้างเป็นธุรกิจหรือไม่

1.ตัวคุณเองจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่
2.คุณหาคน 10 คนขึ้นไปที่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์นี้ในตอนนี้ได้หรือไม่
3.อะไรที่คุณชอบทำ มันไปด้วยกันได้กับไอเดียธุรกิจของคุณแค่ไหน
4.ปัญหาที่คุณอยากจะแก้มันเป็นปัญหาขนาดไหน
5.ตลาดของกลุ่มลูกค้าของคุณใหญ่พอที่จะเป็นธุรกิจที่ดีได้หรือไม่
6.คุณจะสร้างรายได้จากมันจริงๆ ได้อย่างไร
7.ผู้ก่อตั้งและผู้ร่วมก่อตั้งสามารถสร้าง และทำมาออกมาเป็นธุรกิจจริงๆได้ดีแค่ไหนอย่างไร
8.คุณสามารถแจกแจงในรายละเอียดได้หรือไม่ว่าคุณจำเป็นต้องทำอะไรบ้างในบทบาทของผู้ก่อตั้ง
9.ทุกวันนี้กลุ่มเป้าหมายของคุณพูดถึงปัญหาที่คุณอยากแก้นี้ว่าอย่างไร
10.ตอนนี้อะไรเป็นเทรนด์ที่ทำให้วิธีการแก้ปัญหาของคุณเป็นไปได้
11.อะไรคือเวอร์ชั่นที่ง่ายที่สุดของไอเดียของคุณ
12.คุณสามารถเอาไอเดียนี้เข้าสู่ตลาดได้เร็วแค่ไหน
13.คุณใช้เวลานานแค่ไหนในการส้างเวอร์ชั่นแรก
14.อะไรที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณ “แตกต่าง”
15.คุณต้องใช้เงินมากเท่าไหร่ที่จะสร้าง Prototype แรก
16.ลูกค้าชอบซื้อผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่าย คุณสามารถอธิบายผลิตภัณฑ์คุณใน 1 ประโยคได้หรือไม่
17.คุณมีความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดหรือไม่
18.คุณหลงใหลในไอเดียของคุณขนาดที่คุณจะทุ่มเทเวลากับมันในอีก 1-2 ปีข้างหน้าหรือไม่
19.คุณสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คำแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาให้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร
20.คุณสามารถจูงใจคน 1-2 คนที่เจ๋งๆ มาทำงานกับคุณในตอนนี้ได้หรือไม่
21.ธุรกิจคุณจะสามารถเติบโตได้เร็วแค่ไหน
22.ธุรกิจคุณช่วยโลกให้ดีขึ้นได้หรือไม่ มันสร้างสรรค์ หรือ unique หรือไม่
23.อะไรคือโอกาสและอะไรคือความเสี่ยงเกี่ยวกับธุรกิจนี้ที่คุณต้องเผชิญ
24.คุณคิดเกี่ยวกับเรื่องสิทธิบัตรไว้ว่าอย่างไร
25.อะไรคือเป้าหมายระยะยาวที่คุณตั้งไว้
26.ตลาดนี้จะเติบโตหรือพัฒนาขึ้นอย่างไร
27.อะไรคือกลยุทธ์เพื่อสร้างความสำเร็จของคุณ
28.ทำไมคนถึงต้องยอมจ่ายเงินให้คุณ และผลิตภัณฑ์ของคุณ
29.บริษัทของคุณจะอยู่รอดและเติบโตอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า

ถ้าคุณตอบคำถามพวกนี้ได้หมดโดยไม่หลอกตัวเองแล้วล่ะก็ ลงมือเลยอย่ารอช้า

Credit: Thomas Oppong, http://tinyurl.com/alltopstartupsStartupIdea
Photo:  Bethany Legg, https://unsplash.com/photos/75nbwHfDsnY

Dtac Accelerate Batch 4 ประกาศผลรอบคัดเลือกแล้ว แอบส่องว่าใครทำอะไรบ้าง

จากใบสมัครกว่า 500 ทีม Dtac คัดมา 24 ทีม ที่จะมีโอกาสได้ pitch

ซึ่ง FitMeUp ของผมและเพื่อนๆ ไม่ผ่านเข้ารอบนะครับ แต่เราก็ยังทำกันต่อนะ 555 เพื่อการเรียนรู้และปรับปรุงทีมเราต่อไป ขอดูทีมที่เข้ารอบกันหน่อยว่าทำไอเดียอะไรกันบ้าง

  1. Bemuy เป็น Market place สำหรับชาวมุสลิม (facebook)
  2. BeNeat หาแม่บ้านออนดีมานด์ ด้วยแนวคิด Sharing economy ลองอ่านเพิ่ทเติมได้ในบทความบนเว็บ start it up
  3. BookPra จากที่ลองส่อง facebook page ยังไม่แน่ใจว่าทำอะไร (เดาว่าทำแอพหนังสือพระ)
  4. CloudCommerce ทีมนี้ไม่ทราบเลยว่าทำอะไร หาแล้วชื่อซ้ำกันเยอะเลย
  5. Eatsy อาหารสดนำเข้า ส่งตรงถึงบ้าน
  6. Eventpass สร้างและขายตั๋วสำหรับงานอีเวนต์
  7. Fabbrigade แอพ กูรูด้านความสวยความงานและสุขภาพออนดีมานด์ (facebook)
  8. Fastwork ตลาดงานสำหรับฟรีแลนซ์ (สัมภาษณ์ลงเว็บ techsauce)
  9. Finnomena เว็บให้ความรู้ด้านการเงินการลงทุน (facebook)
  10. FreshKet ยังหาข้อมูลไม่ได้
  11. Health at home Application การแพทย์ ดูแลผู้ป่วยสูงอายุถึงบ้าน (วิดีโอสัมภาษณ์ และ facebook )
  12. Lawender หาข้อมูลไม่ได้
  13. Love&Found หาข้อมูลไม่ได้
  14. MoomTutor ติวเตอร์ส่วนตัวจากทีมงานนักเรียนทุนรัฐบาล นักเรียนแพทย์ นิสิตจุฬา มหิดล ธรรมศาสตร์ (facebook)
  15. PlanForFit เว็บไซต์และบริการด้านการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ซึ่งตอนนี้มีแอพออกมาแล้วด้วย (facebook)
  16. Savinsure รวมกลุ่มโซเซียลทำประกันภัย แนวคิดใหม่ของคน Gen C เพิ่มอำนาจต่อรองส่วนลดค่าเบี้ยประกัน (facebook)
  17. ScoutExpense หาข้อมูลไม่ได้
  18. Seekster Market place สำหรับงาน Service (facebook)
  19. Shippop รวมบริการด้านระบบระบบขนส่งสำหรับร้านค้า (facebook)
  20. Tapoma บริการจองตั๋วที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย
  21. ToffyMap mapping platform for managing your outdoor branding (facebook)
  22. Tudott หาข้อมูลไม่ได้
  23. Visionear อุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น (facebook)
  24. WearandShare หาข้อมูลไม่ได้

สรุปหนังสือ Effortless Reading

effortless_reading_book

ผมอ่านเล่มนี้แล้วชอบมาก หนังสือเล่มนี้นำเสนอแนวคิดที่จะช่วยให้การอ่านหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้ 3 แนวคิดสำคัญ
คือ

  1. เข้าใจจุดแข็งและสถานะการณ์ของตนเอง มีผลกับการเลือกอ่านหนังสือของแต่ละคน หนังสือที่คนอื่นแนะนำว่าดีอาจจะไม่ใช่หนังสือที่เหมาะกับตนเอง
  2. อ่านหนังสือภายใต้แนวคิดแบบ “Gold Miner Mindset” หนังสือบางประเภทไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม เพราะมีแนวคิดหลักเพียง 2-3 อย่างเท่านั้น หาแนวคิดเหล่านั้นให้พบอย่างรวดเร็ว
  3. สร้างนิสัยในการอ่าน ด้วยแนวคิดและเทคนิคต่างๆที่นำเสนออยู่ในหนังสือ เช่น
    • Selective Focus เป็นไอเดียในการเลือกและอ่านหนังสือโดยรู้จุดแข็งของตนเอง รู้สถานะของตนเอง รู้ปัญหาของตนเอง
    • Repetition ผู้เขียนแนะนำว่าเราควรเลือกหนังสือที่เราคิดว่าดีที่สุดที่เคยอ่าน 50-150 เล่ม แล้วจัดสรรเวลาเพื่อทบทวนในแต่ละปี
    • Balance ผู้เขียนแบ่งหนังสือเป็น 3 ประเภท คือ (1) Classic (หนังสือที่แม้จะเก่า 10 ปี ขึ้นไป แต่เนื้อหายังเป็นจริงและยังมีประโยชน์เสมอ หนังสือประเภทนี้สร้างปรัชญาให้กับชีวิต) (2) Tactics (หนังสือ How-to ทั้งหลาย) (3) Autobiography/Biography (หนังสืออัตชีวประวัติ ให้แนวคิด ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ) เราควรอ่านทั้ง 3 ประเภท แต่จะอ่านประเภทไหนมากน้อยขึ้นกับแต่ละคน (ใช้เทคนิคเรื่อง Selective Focus)
    • Getting in the right gear ถึงแม้การอ่านให้เร็วจะสำคัญ แต่เราต้องปรับความเร็วในการอ่านให้เหมาะกับหนังสือแต่ละชนิด โดยเรียงลำดับความเร็วในการอ่านดังนี้ Tactics books (อ่านเร็วๆ หาแนวคิดสำคัญ จะอ่านช่วงไหนของวันก็ได้) > Classic books (อ่านด้วยความเร็วปานกลาง ซึมซับปรัชญาของหนังสือ แนะนำให้อ่านตอนเช้า) > Autobiography/Biography books (อ่านช้าๆ สบายๆ คิดว่าถ้าเป็นเราที่อยู่ในสถานะการนั้นจะทำอย่างไร แนะนำให้อ่านก่อนนอน)

แต่ละหัวข้อของหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างสั้น กระชับ มีแต่แนวคิดสำคัญ จึงมีการแนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้องให้อ่านอีกหลายเล่มครับ

Official 2015 Dodge Super Bowl Commercial

โฆษณามันๆ ของ Dodge ในช่วง Super Bowl ที่ยังแฝงข้อคิดดีๆ ให้เราได้นำมาคิดและปรับใช้กับชีวิตของเราได้

  • learn from you mistake
  • live for now
  • life is good, you make it good
  • you learn not cheat
  • there are miracle around you
  • always tell the truth
  • keep you eyes open
  • don’t complain
  • don’t be afraid
  • never ever forget where you came from
1 of 21
12345